กรุงไทยเดินหน้า ชิม ช้อป ใช้ G-Wallet 2 ลุยเมืองกาญจน์หนุนร้านค้าดันยอดใช้จ่ายพุ่ง 7%

กรุงไทยส่งเสริมผู้รับสิทธิมาตรการชิมช้อปใช้จ่ายผ่าน G-Wallet 2 มั่นใจระบบเติมเงินสะดวกรวดเร็ว ผ่าน QR Code ทุกธนาคารและตู้ ATM 5 ธนาคารใหญ่ พร้อมรับเงินคืนสูงสุด 8,500 บาท ผู้รับสิทธิใช้ G-Wallet 2 ยอดใช้จ่ายกว่า 735 ล้านบาท พร้อมจับมือคลังเยี่ยมชมร้านค้าถุงเงินจังหวัดกาญจนบุรี ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยที่ 7% สูงกว่ายอดรวมทั้งประเทศอยู่ที่ 5%

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า แอปพลิเคชั่นถุงเงินและเป๋าตัง เป็นดิจิทัลแพล็ตฟอร์มที่สามารถรองรับการการทำธุรกรรมของผู้รับสิทธิตามมาตรการชิมช้อปใช้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขั้นตอนการเติมเงินง่าย ไม่ซับซ้อน และสะดวกรวดเร็ว โดยเติมเงินผ่านการสแกน QR Code ด้วยแอปของทุกธนาคาร หรือเติมเงินผ่านตู้ ATM ของ 5 ธนาคารใหญ่ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ด้วยบัตร ATM ที่ตรงกับตู้ธนาคารนั้นๆ เมื่อมีการใช้จ่ายผ่านกระเป๋า G-Wallet 2 ในร้านค้าที่ร่วมโครงการชิมช้อปใช้ได้ทุกจังหวัด ยกเว้นจังหวัดในทะเบียนบ้าน จะได้รับสิทธิเงินคืน ยอดใช้จ่ายไม่เกิน 30,000 บาท รับเงินคืน 15% และยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 50,000 บาท รับเงินคืน 20% รวมเงินคืนสูงสุด 8,500 บาท ปัจจุบันร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการสามารถใช้จ่ายผ่าน G-Wallet 2 มีจำนวนกว่า 173,000 ร้านค้า ทั้งเครือโรงแรมเซ็นทารา ใบหยก แอคคอร์ ดุสิต ชาเทรียม ไฮแอท ไอเอชจี แมริออท ทีทีซี และโรงแรมรีสอร์ตอื่นๆ ทั่วประเทศประมาณ 4,600 แห่ง เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้รับสิทธิเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ มากยิ่งขึ้น และมีการใช้จ่ายผ่านกระเป๋า G-Wallet 2 เพิ่มขึ้น ณ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 มียอดการใช้จ่ายกว่า 735 ล้านบาท

ธนาคารกรุงไทยได้ลงพื้นที่ร่วมกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เยี่ยมชมร้านค้าที่เข้าร่วมมาตรการ ชิมช้อปใช้ในจังหวัดกาญจนบุรี มีร้านค้าที่ร่วมโครงการ ประมาณ 1,683 ร้านค้า แบ่งเป็นร้านชิม 695 ร้านค้า ร้านช้อป 485 ร้านค้า ร้านใช้ 156 ร้านค้า และร้านค้าทั่วไป 347 ร้านค้า มียอดการใช้จ่ายรวม ณ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 กว่า147 ล้านบาท และมียอดการใช้จ่ายอยู่ที่ 7% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศอยู่ที่ 5% ผู้รับสิทธิที่มาใช้จ่ายในจังหวัดกาญจนบุรี มีจำนวนประมาณ 135,000 คน โดย 5 อันดับแรกมาจากจังหวัดสุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม กรุงเทพมหานคร และนนทบุรี

สำหรับยอดการใช้จ่ายภาพรวมของทั้งประเทศผ่านแอปเป๋าตัง ณ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 11,727.40 ล้านบาท ใช้จ่ายผ่าน G –Wallet 1 จำนวน 10,992 ล้านบาท และ G-Wallet 2 จำนวน 735 ล้านบาท แบ่งเป็นร้านค้าประเภทชิม 13.21% ร้านค้าประเภทช้อป 59.10% ร้านค้าประเภทใช้ 1.27% และร้านค้าทั่วไป 26.42%

ส่วนวิธีการชำระเงินเพื่อรับสิทธิเงินคืน เข้าแอปเป๋าตัง เพียงกดที่เมนูใช้สิทธิรับเงินคืน15-20% และเลือกใช้จ่ายร้านค้าถุงเงิน หลังได้ QR Code ให้ร้านค้าใช้แอปถุงเงินสแกน ผู้รับสิทธิตรวจสอบยอดเงินที่ต้องชำระ และกดยืนยันการชำระเงิน ในส่วนการรับเงินคืนจะคืนมี 2 รอบ รอบแรกสำหรับการใช้จ่ายตั้งแต่ วันที่ 27 กันยายน – 30 พฤศจิกายน 2562 จะได้รับเงินคืนภายในกลางเดือนธันวาคม 2562 และ รอบที่ 2 การใช้จ่ายในช่วงระหว่างวันที่ 1-31 ธันวาคม 2562 จะได้รับเงินคืนภายในกลางเดือนมกราคม 2563 โดยลูกค้าสามารถโอนเงินกลับเข้าบัญชีธนาคารของตนเองได้

https://www.ryt9.com/s/prg/3065783

ก.แรงงาน ยกทีมลงพื้นที่เมืองกาญจน์ เพิ่มผลิตภาพแรงงาน สร้างมาตรฐานฝีมือ

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายธวัช เบญจาทิกุล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี พบปะประชาชน กลุ่มผู้ประกันตนมาตรา 40 และเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแรงงานอิสระ ณ สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานกาญจนบุรี พร้อมเยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัท ไทยเพิ่มพูนอุตสาหกรรม จำกัด อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ด้านการเพิ่มผลิตภาพแรงงานด้วยมาตรฐานฝีมือแรงงานของผู้ประกอบอาชีพ “สาขาพนักงานขับรถตัดอ้อย ระดับ 1” เพื่อส่งเสริมมาตรฐานฝีมือ

ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยหลังจากรับฟังการบรรยายและตรวจเยี่ยมการเพิ่มผลิตภาพแรงงานของบริษัท ไทยเพิ่มพูนอุตสาหกรรม จำกัด ว่า กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้เชิญชวนให้นายจ้างและสถานประกอบกิจการจัดทำ”มาตรฐานฝีมือแรงงานของผู้ประกอบอาชีพ” ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 มาตรา 26 เพื่อใช้เป็นเกณฑ์คัดเลือกพนักงาน วัดทักษะฝีมือ กำหนดเป็นอัตราค่าจ้าง ค่าตอบแทนตามทักษะฝีมือ หรือประกอบการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งงาน โดยสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานกาญจนบุรี (สนพ.กาญจนบุรี) ได้ร่วมกับบริษัท จัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานของผู้ประกอบอาชีพ ในสาขาพนักงานขับรถตัดอ้อย ระดับ 1 พร้อมทั้งนำมาพัฒนาเป็นหลักสูตรฝึกอบรมให้แก่พนักงาน เพื่อให้มีทักษะและความชำนาญสูงขึ้น อีกทั้งมีความรู้ ความสามารถทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและนวัตกรรม

รมว.แรงงาน กล่าวต่อว่า มาตรฐานฝีมือแรงงานของผู้ประกอบอาชีพ เป็นเกณฑ์การวัดระดับทักษะฝีมือ ในสาขาที่ผู้ประกอบการให้ความสำคัญ หรือเป็นสาขาที่ต้องการนำมาใช้วัดขีดความสามารถของพนักงานของตนเอง อีกทั้งไม่มีการจัดทำมาตรฐานกลาง หรือไม่มีมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ รวมถึงมีลักษณะตำแหน่งงานที่แตกต่างจากผู้ประกอบการอื่นๆ ซึ่งบริษัท ไทยเพิ่มพูนอุตสาหกรรม จำกัด ได้จัดทำมาตรฐานของตนเอง ในสาขาพนักงานขับรถตัดอ้อย ระดับ 1 เพื่อใช้วัดระดับทักษะพนักงานขับรถตัดอ้อย นำใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาในหลายด้าน เช่น การให้ค่าตอบแทนพิเศษ การประเมินผลงาน และการเลื่อนตำแหน่ง เป็นต้น นอกจากนี้บริษัท จะพัฒนาเป็นหลักสูตรฝึกอบรม เพื่อให้พนักงานมีทักษะ ความรู้ และความชำนาญในการทำงานที่สูงขึ้น เป็นการป้องกันความเสียหายและลดอุบัติเหตุจากการทำงานด้วย

ด้านนางสาวพิชยา มงคลชัย หัวหน้าส่วนบุคคล กล่าวว่า บริษัท ได้จัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานของผู้ประกอบอาชีพ เพิ่มเติมอีก 1 สาขา คือ สาขาการบำรุงรักษารถตัดอ้อย ระดับ 1 และในอนาคตบริษัทมีแผนการดำเนินงานในอีก 5 สาขา เพื่อให้ครบ 7 สาขา ตามโครงการ “7 ช่างฝีมือ” เพื่อไม่ให้องค์ความรู้ต่างๆ สูญหายไปกับพนักงานที่เกษียณอายุ และฝึกแรงงานใหม่มาทดแทนพนักงานที่จะเกษียณ โดยสนพ.กาญจนบุรี ได้เทรนพนักงานของบริษัท ให้เป็นครูฝึกในสถานประกอบกิจการแล้ว 25 คน เพื่อเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่พนักงานในรุ่นต่อๆ ไป ปัจจุบันบริษัท จัดทำห้องฝึกอบรมที่มีชุดฝึก SIMULATOR ในการฝึกอบรม เป็นชุดฝึกเสมือนจริง หลังจากนั้น พนักงานจึงลงฝึกภาคปฏิบัติกับรถตัดอ้อยจริง จึงช่วยให้ลดความเสียหายและลดอุบัติเหตุระหว่างการทำงานได้อีกด้วย

“การจัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานของผู้ประกอบอาชีพ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง หากผู้ประกอบการจัดทำและนำมาใช้วัดระดับทักษะของพนักงาน กรณีที่พนักงานมีทักษะไม่ตรงกับความต้องการ สามารถนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนพัฒนาบุคลากรได้อีกทางหนึ่ง” รมว.แรงงาน กล่าวทิ้งท้าย

https://www.ryt9.com/s/prg/3065969

เอ็กซ์คลูซีฟอีกครั้ง กับทริปรวมพลพรรคคนรัก CB บิดรถคู่ใจ สายเข้ม เต็มข้อ สัมผัส สายลม แสงแดด ขนาบด้วยทิวเขา เมืองประวัติศาสตร์ “กาญจนบุรี”

บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด  ร่วมกับ ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าถึง 15 ร้าน รวมพลพรรคคนรัก CB ร่วมสองร้อยกว่าชีวิต ในวันที่ 16-17 พ.ย. ที่ผ่านมา จัดทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟสองวันหนึ่งคืน ร่วมขบวนขับรถชมวิวที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติสูดอากาศสดชื่นเต็มปอด เต็มอิ่มไปกับอาหารอร่อยจุใจ ณ เมืองประวัติศาสตร์ กาญจนบุรี ปิดท้ายค่ำคืนแสนพิเศษ ณ โรงแรมริเวอร์แคววิลเลจ ให้ชาวสาวก CB เพลิดเพลินด้วยปาร์ตี้คอนเสิร์ตมันส์ ๆและกิจกรรมสนุกสนานพร้อมของรางวัลมากมาย ในบรรยากาศแบบเป็นกันเอง ส่งท้ายด้วยทริปยามเช้าไปกับกิจกรรมสุดแอดเวนเจอร์ อาทิ Paintball, ATV, ยิงธนู, Zor bing ball สามสไตล์เหล่าสายเข้ม เต็มข้อ ก่อนเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพพร้อมรอยยิ้ม

กิจกรรมดีๆยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เหล่าสาวก CB สามารถติดตามข่าวสารความสนุกได้ที่ http://www.aphonda.co.th

https://www.ryt9.com/s/prg/3068446

เยาวชนคนรุ่นใหม่ ม.ศรีปทุม จิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ เดินตามรอยพ่อ สร้างฝายชะลอน้ำ

SPU USR ร่วมใส่ใจรับผิดชอบต่อสังคม โดย ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผนึกกำลัง ทำความดีด้วยหัวใจ ตามรอยพ่อ จิตอาสา สร้างฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริ เพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำ สร้างความชุ่มชื้นแก่ผืนป่า ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาน้ำพุ จ.กาญจนบุรี

รวมพลังเยาวชนคนรุ่นใหม่ ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ ศูนย์กิจกรรมพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยศรีปทุม พร้อมด้วยนักศึกษาจากคณะและวิทยาลัยต่างๆของ SPU กว่า 120 คน ร่วมทำกิจกรรม SPU USR ร่วมใส่ใจรับผิดชอบต่อสังคม จิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ ตามรอยพ่อ โครงการ จิตอาสาสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริ ณ. ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาน้ำพุ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ระหว่างวันที่ 9 – 10 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา

นางสาวยุภามล เลิศนา นักศึกษาสาขาวิชาธุรกิจการบิน วิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ในฐานะ ประธานชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมโครงการจิตอาสาฯ ในครั้งนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อปลูกจิตสำนึกแก่นักศึกษาในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้นักศึกษารู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม และส่งเสริมให้นักศึกษามีความเป็นจิตอาสาด้วยการสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ชาวบ้านและสัตว์ป่าในบริเวณนั้นมีฝายชะลอน้ำไว้ใช้ประโยชน์ ช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนและอุทกภัย ฝึกให้นักศึกษารู้ถึงการทำงานร่วมกัน ได้รู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดอุปสรรค

และเพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าไม้ เนื่องจากต้นน้ำลำธารขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งและในฤดูฝนมีการไหลบ่าของน้ำและตะกอนท่วมพื้นที่การเกษตรของราษฎร ประกอบกับเกิดปัญหาสภาวะโลกร้อน สภาพดินฟ้าอากาศแปรปรวน ทั้งโลกตื่นตัวกับปัญหาภาวะโลกร้อน โดยมี อาจารย์อาทิตย์ เสาธงใหญ่ ผู้อำนวยการศูนย์กิจกรรมพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยศรีปทุม พร้อมด้วยอาจารย์เฉลิมชัย สินธุอารีย์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมฯ และเข้าร่วมทำกิจกรรมจิตอาสากับทีมนักศึกษาในครั้งนี้ด้วย

https://www.ryt9.com/s/prg/3065502

วิ่งทะลุสายหมอก @ทองผาภูมิ

เทศบาลตำบลทองผาภูมิ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.), สโมสรโรตารี่ทองผาภูมิ และโรงพยาบาลทองผาภูมิ กาญจนบุรี, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) จัดงานวิ่งทะลุสายหมอก@ทองผาภูมิ “ทองผาภูมิ มินิฮาล์ฟมาราธอน” ที่ตำบลทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 22 ธ.ค. เส้นทางวิ่งขึ้นสันเขื่อนวชิราลงกรณ (เขื่อนเขาแหลม) ที่มีทัศนียภาพสวยงาม อาการเย็นสบาย พร้อมหมอกยามเช้า รอรับนักวิ่ง เหมือนวิ่งเข้าไปสู่สายหมอก ชิมอาหารท้องถิ่น ฟรีขนมทองโย๊ะ และจับสลากของรางวัลอีกมากมาย

จัดระยะ 5 กม. ไม่จำกัดรุ่นอายุ(ค่าสมัคร 350 บาท), มินิมาราธอน 10 กม.(ค่าสมัคร 450 บาท) และ ฮาล์ฟมาราธอน(21 กม.) ค่าสมัคร 500 บาท

สำหรับระยะมินิมาราธอน เงินรางวัลอันดับ 1-3 มี 5,000/3,000 และ 2,000 บาท ส่วน ฮาล์ฟมาราธอน 7,000/ 5,000 และ 3,000 บาท ขณะที่อันดับ 1-5 แต่ละรุ่นอายุ รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ

ผู้สนใจสอบถามได้ที่ “ตี๋” ชลวิทย์ โชติสหัสวัฒน์ 06-4996-9494, “อ้อม” กรรณิการ์ โพธินันทวงศ์ 06-7157-1435 รับจำนวนจำกัด 2,000 คน รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย นำไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์มอบให้โรงพยาบาลทองผาภูมิ

https://www.ryt9.com/s/prg/3058809